ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รู้กฎหมาย ก่อนใช้กัญชา

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
    กัญชา หรือ ทุกส่วนของกัญชา เช่น ใบ ดอก ยอด ผล ลำต้น วัตถุหรือสารต่างๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชา เช่น ยาง น้ำมัน ถือว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562
    
มาตรา 26/2 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า หรือ ส่งออก ซึ่งยาเสพติดประเภทที่ 5 เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ ในกรณีที่จำเป็น
    1) เพื่อประโยชน์ทางราชการ
    2) เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์
    3) เพื่อประโยชน์การรักษาผู้ป่วย
    4) เพื่อการศึกษาวิจัยพัฒนา
    5) รวมถึงเกษตรกรรม พาณิชกรรม วิทยาศาสตร์ หรือ อุตสาหกรรม เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ด้วย

การออกใบอนุญาตให้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ได้ เมื่อปรากฎว่าผู้ขออนุญาตเป็น
    1) หน่วยงานรัฐ ที่มีการศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือ เกษตรกรรม หรือ มีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือ วิทยาศาสตร์ หรือ มีหน้าที่ในทางเกษตรกรรม เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ หรือ เภสัชกรรม หรือ มีหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด หรือ สภากาชาดไทย
    2) ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม  ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือ หมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพแพทย์แผนไทย ทั้งนี้ ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาสกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
    3) สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยและจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับทางการแพทย์ หรือ เภสัชศาสตร์
    4) ผู้ประกอบวิชชาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรือ สหกรณ์การเกษตรที่จดทะเบียนตามประกาศว่าด้วยสหกรณ์ ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของผู้ขออนุญาตตาม (1) หรือ (3)
    5) ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ
    6) ผู้ป่วยเดินทางระหว่างประเทศ ที่มีความจำเป็นต้องนำยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 5 ติดตัวเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณาจักร เพื่อใช้รักษาโรคเฉพาะตัว
    7) ผู้ขออนุญาตอื่น ตามที่รัฐมนตรีโดยเห็นชอบของคณะกรรมการกำหนดในกฎกระทรวง

*บทเฉพาะกาล
ในวาระเริ่มแรกภายในระยะเวลา 5 ปี การขอรับใบอนุญาตสำหรับวัตถุประสงค์ ผลิต นำเข้า ส่งออกกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ หรือ การรักษาผู้ป่วย
    1) ให้อนุญาตได้เฉพาะกรณีที่ผู้ขออนุญาตเป็นหน่วยงานของรัฐ
    2) หรือ เป็นผู้ขออนุญาตตามมาตรา 26/5 ซึ่งดำเนินการร่วมกับผู้ขออนุญาตที่เป็นหน่วยงานของรัฐ

ที่มา​ : คู่มือการดูแลสุขภาพ​ เรื่อง​ กัญชาทางการแพทย์แผนไทย สำนักงานจัดการการชาและกระท่อมทางการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แนวทางและวิธีปฏิบัติในการอบสมุนไพร

ข้อห้ามในการอบสมุนไพร ๑. ผู้ที่มีโรคประจำตัวดังต่อไปนี้ ไม่ควรอบ คือ   โรคหัวใจ โรคไต   โรคปอด โรคหอบหืดระยะรุนแรง โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง โรคลมชัก โรคลมบ้าหมู   ตกเลือด   ท้องเสียอย่างรุนแรง และกรณีในรายที่มีความดันโลหิตสูง ให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ ๒. ผู้ที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงทุกชนิด ไม่ควรอบ เช่น วัณโรค ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไข้หวัดใหญ่ ไข้กาฬหลังแอ่น หัด ปอดบวม ตาแดง คอตีบ โรคมือ ปาก เท้า เป็นต้น ๓. ขณะมีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส   เพราะอาจมีการติดเชื้อโรคต่างๆ ๔. สตรีขณะมีประจำเดือน ร่วมกับมีอาการไข้ ปวดศีรษะร่วมด้วย (ไข้ทับระดู) ๕. ขณะมีอาการอักเสบจากบาดแผลต่างๆ ๖. ขณะมีอาการอ่อนเพลีย   อดอาหาร   อดนอน   และหลังรับประทานอาหารใหม่ๆ ๗. ขณะมีอาการปวดศีรษะ ชนิดวิงเวียนศีรษะ และคลื่นไส้ ข้อควรระวังในการอบสมุนไพร ๑.ในขณะอบ ถ้ารู้สึกแน่น อึดอัด หายใจไม่สะดวกหรือหายใจไม่ออก หรือรู้สึกวิงเวียน หน้ามืดตาลาย คล้ายจะเป็นลม ควรหยุดทันที ควรออกมานั่งพักนอกตู้อบ อย่าฝืนอบต่อไป ๒. ไม่ควรอบนานเกินไป เพราะร่างกายอาจเ...

เปรียบเทียบโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต (Stroke) การแพทย์แผนปัจจุบัน : การแพทย์แผนไทย : การแพทย์แผนจีน

การแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นอาการทางคลินิกที่เกิดขึ้นทันที   โดยมีอาการผิดปกติของการทำงานของระบบประสาทเฉพาะที่   เช่น   อาการอ่อนแรง   หรือชาที่ใบหน้าและแขนขา   กลืนลำบาก   พูดไม่ชัด   เห็นภาพซ้อน   ไม่น้อยกว่า  24  ชั่วโมง   หรือทำให้เสียชีวิต   โดยมีสาเหตุจากหลอดเลือดสมองเท่านั้น การแพทย์แผนไทย โรคหลอดเลือดสมองการแพทย์แผนไทยเกิดจาก   “ ลมอุทธังคมาวาตา   และ   อโธคมาวาตา ”   พัดระคนกัน   ทำให้มีอาการอัมพฤกษ์   อัมพาต   ดังนี้ - อัมพฤกษ์   หมายถึง   ผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขน-ขา   แต่สามารถขยับได้ระดับหนึ่ง   หรือหยิบจับสิ่งของที่มีน้ำหนักตามปกติไม่ได้   เป็นโรคที่คล้ายคลึงกับอัมพาต   แต่อาการน้อยกว่า - อัมพาต   หมายถึง   ผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขน-ขา   ไม่สามารถขยับได้ซีกใดซีกหนึ่ง   ลิ้นแข็ง   พูดไม่ชัด   ปากเบี้ยว การแพทย์แผนจีน ศาสตร์การแพทย์แผนจีน   เรียกว่า   “ จ้งเ...

แนวทางและวิธีปฏิบัติในการประคบสมุนไพร

๑. เติมน้ำในหม้อนึ่งลูกประคบสมุนไพรสูง  2  ใน  3  ของหม้อนึ่ง ๒. เวลาเติมน้ำให้ยกชั้นที่ใส่ลูกประคบสมุนไพรลงมาวางก่อน ๓. ใช้ผ้าขนหนูผืนหนาพับ 2 ชั้น ห่อลูกประคบสมุนไพรก่อนนำไปประคบ ๔. ทดสอบความร้อนของลูกประคบสมุนไพรทุกครั้ง โดยทดสอบความร้อนที่ท้องแขนหรือหลังมือ ๕. ควรทดสอบความร้อนกับคนไข้ และทดสอบกับตนเองเป็นระยะร่วมด้วย ๖. ถ้าลูกประคบสมุนไพรกำลังร้อน ให้ทำการประคบอย่างรวดเร็ว ๗. เมื่อลูกประคบสมุนไพรเย็นลง จึงวางลูกประคบได้นานขึ้น ๘. ไม่ใช้ลูกประคบสมุนไพรกดคลึงคนไข้โดยการทิ้งน้ำหนักตัวผู้ให้บริการลงเหมือนกับท่าของการนวด ๙. ห้ามประคบบริเวณที่เป็นผิวหนังอ่อนๆหรือบริเวณที่เป็นแผลมาก่อน ถ้าให้ใช้ผ้ารองหรือรอจนลูกประคบสมุนไพรคลายความร้อนลง ๑๐. ห้ามไม่ให้ผู้ป่วยนอนทับลูกประคบสมุนไพร ๑๑. กรณีมีน้ำไหลออกจากลูกประคบ ให้ใช้ผ้ากดเอาน้ำที่แช่อยู่ในลูกประคบสมุนไพรออกก่อนที่จะนำไปใช้ประคบคนไข้ ๑๒. ห้ามทายาหม่อง , น้ำมัน หรือครีมใดๆ ให้ผู้ป่วยก่อนการประคบสมุนไพร ๑๓. ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยเบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต เด็ก และผู้สูงอายุ เนื่องจากกลุ่ม...