ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ข้อแตกต่างระหว่าง การนวดไทยแบบราชสำนัก : การนวดแบบเชลยศักดิ์

การนวดทั้งสองประเภทนี้คล้ายคลึงกันในด้านหลักการของการบำบัดรักษาโรคและอาการเจ็บป่วย แต่มีข้อปลีกย่อยซึ่งทำให้ผลการรักษาแตกต่างออกไป


การนวดแบบทั่วไป
ก่อนเริ่มต้นนวด หมอจะต้องพนมมือเพื่อไหว้ครูเสียก่อนในขณะที่ผู้ป่วยนอนอยู่กับพื้น (ฟูกหรือเสื่อ) หลังจากนั้นหมอนวดจึงเริ่มนวดจากเท้าขึ้นไปที่หัวเข่าไปสู่โคนขา แล้วนวดท้อง หลัง ไหล่ ต้นคอ และศีรษะ

การนวดแบบราชสำนัก
หมอจะต้องเดินเข่าเข้าหาผู้ป่วยซึ่งนอนอยู่บนพื้น เมื่ออยู่ห่างจากผู้ป่วยไม่น้อยกว่า ๔ ศอก จนห่างจากผู้ป่วยเรา ๑ ศอก จึงนั่งพับเพียบและคารวะ ขออภัยผู้ป่วยโดยการไหว้หรือการกราบแล้วแต่กรณี
หลังจากนั้นหมอจะคลำชีพจรที่ข้อมือและหลังเท้าข้างเดียวกัน (ขวาหรือซ้าย) เพื่อตรวจดูอาการของโรค โดยพิจารณาจากการเต้นของชีพจรทั้ง 2 ที่เรียกว่า “ลมเบื้องสูงและลมเบื้องต่ำ” เสียก่อน ว่าเสมอกันหรือไม่ แล้วจึงเริ่มทำการนวด
ซึ่งอาจคล้ายคลึงกับการนวดแบบทั่วไป แต่จะแตกต่างกันที่ตำแหน่งในการวางมือ องศาที่แขนของหมอนวดเท่ากับตัวของผู้ป่วย และท่าทางของหมอนวดซึ่งแบบราชสำนักจะเน้นความสุภาพอย่างมาก ความสามารถในการรักษา นอกจากจะนวดเพื่อแก้อาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ โรคกระดูก โรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต ยังสามารถรักษาอาการข้อหลุดที่เกิดจากอุบัติเหตุได้ด้วย

สรุปข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างการนวดแบบเชลยศักดิ์กับการนวดแบบราชสำนัก
๑. หมอนวดแบบราชสำนักต้องมีกิริยามารยาทเรียบร้อย เดินเข่าก็หาผู้ป่วย ขณะทำการนวดต้องไม่ก้มหน้าหายใจรดผู้ป่วยหรือเงยหน้าจนเป็นการไม่เคารพ ส่วนหมอนวดแบบเชลยศักดิ์มิได้เพ่งเล็งถึงเรื่องนี้ แต่ก็มีลักษณะการนวดเป็นกันเองกับผู้ป่วยมากกว่า บางครั้งจึงอาจไม่สำรวมหรือระวังตัวมากนัก
๒. หมอนวดแบบราชสำนักจะไม่เริ่มนวดฝ่าเท้านอกจากจำเป็นจริงๆ มักเริ่มต้นนวดตั้งแต่หลังเท้า ขึ้นไป ส่วนหมอนวดแบบเชลยศักดิ์จะเริ่มนวดที่ฝ่าเท้าก่อนเป็นลำดับแรก
๓. หมอนวดแบบราชสำนักจะใช้เฉพาะมือ นิ้วมือ นิ้วหัวแม่มือ และปลายนิ้วอื่นๆ ในการนวดเท่านั้น และไม่ใช้การนวดคลึง ในขณะกดนวดแขนจะต้องเหยียดตรงเสมอ เพื่อน้ำหนักจะได้ลงที่หัวแม่มือ ส่วนหมอนวดแบบเชลยศักดิ์มิได้คำนึงถึงท่าทางของแขนว่าจะตรงหรืองอ
๔. หมอนวดแบบราชสำนักทำการนวดผู้ป่วยซึ่งอยู่ในท่านั่ง นอนหงาย หรือนอนตะแคง แต่ไม่ให้ผู้ป่วยนอนคว่ำเลย แต่การนวดเชลยศักดิ์มีการให้ผู้ป่วยนอนคว่ำหน้า หมอนวดแบบราชสำนักไม่ใช้การดัดหรือการงอข้อ หลัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายด้วยกำลังแรง จะไม่มีการนวดโดยใช้เข่า ข้อศอก ฯลฯ แต่หมอนวดแบบเชลยศักดิ์ไม่เว้นการปฏิบัติดังกล่าว และอาจมีหมอนวด 2 คน ช่วยกันนวดผู้ป่วยคนเดียวกัน
๖. หมอนวดแบบราชสำนักต้องการนวดให้เกิดผลต่ออวัยวะและเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกๆ โดยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มการทำงานของเส้นประสาท ในการนี้หมอจะต้องมีความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์ จึงปฏิบัติอย่างดีพอควร สำหรับหมอนวดเชลยศักดิ์หวังผลโดยตรงจากการกดเป็นส่วนใหญ่ และจากการนวดคลึงเป็นครั้งคราว ซึ่งการไม่ระมัดระวังจุดสำคัญตามความรู้ของกายวิภาคศาสตร์ดีพออาจเกิดอันตรายได้ เช่น การหลุดของข้อต่อ กระดูก การเขียวช้ำของกล้ามเนื้อ หรือเส้นเลือดฝอยแตกได้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แนวทางและวิธีปฏิบัติในการอบสมุนไพร

ข้อห้ามในการอบสมุนไพร ๑. ผู้ที่มีโรคประจำตัวดังต่อไปนี้ ไม่ควรอบ คือ   โรคหัวใจ โรคไต   โรคปอด โรคหอบหืดระยะรุนแรง โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง โรคลมชัก โรคลมบ้าหมู   ตกเลือด   ท้องเสียอย่างรุนแรง และกรณีในรายที่มีความดันโลหิตสูง ให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ ๒. ผู้ที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงทุกชนิด ไม่ควรอบ เช่น วัณโรค ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไข้หวัดใหญ่ ไข้กาฬหลังแอ่น หัด ปอดบวม ตาแดง คอตีบ โรคมือ ปาก เท้า เป็นต้น ๓. ขณะมีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส   เพราะอาจมีการติดเชื้อโรคต่างๆ ๔. สตรีขณะมีประจำเดือน ร่วมกับมีอาการไข้ ปวดศีรษะร่วมด้วย (ไข้ทับระดู) ๕. ขณะมีอาการอักเสบจากบาดแผลต่างๆ ๖. ขณะมีอาการอ่อนเพลีย   อดอาหาร   อดนอน   และหลังรับประทานอาหารใหม่ๆ ๗. ขณะมีอาการปวดศีรษะ ชนิดวิงเวียนศีรษะ และคลื่นไส้ ข้อควรระวังในการอบสมุนไพร ๑.ในขณะอบ ถ้ารู้สึกแน่น อึดอัด หายใจไม่สะดวกหรือหายใจไม่ออก หรือรู้สึกวิงเวียน หน้ามืดตาลาย คล้ายจะเป็นลม ควรหยุดทันที ควรออกมานั่งพักนอกตู้อบ อย่าฝืนอบต่อไป ๒. ไม่ควรอบนานเกินไป เพราะร่างกายอาจเ...

เปรียบเทียบโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต (Stroke) การแพทย์แผนปัจจุบัน : การแพทย์แผนไทย : การแพทย์แผนจีน

การแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นอาการทางคลินิกที่เกิดขึ้นทันที   โดยมีอาการผิดปกติของการทำงานของระบบประสาทเฉพาะที่   เช่น   อาการอ่อนแรง   หรือชาที่ใบหน้าและแขนขา   กลืนลำบาก   พูดไม่ชัด   เห็นภาพซ้อน   ไม่น้อยกว่า  24  ชั่วโมง   หรือทำให้เสียชีวิต   โดยมีสาเหตุจากหลอดเลือดสมองเท่านั้น การแพทย์แผนไทย โรคหลอดเลือดสมองการแพทย์แผนไทยเกิดจาก   “ ลมอุทธังคมาวาตา   และ   อโธคมาวาตา ”   พัดระคนกัน   ทำให้มีอาการอัมพฤกษ์   อัมพาต   ดังนี้ - อัมพฤกษ์   หมายถึง   ผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขน-ขา   แต่สามารถขยับได้ระดับหนึ่ง   หรือหยิบจับสิ่งของที่มีน้ำหนักตามปกติไม่ได้   เป็นโรคที่คล้ายคลึงกับอัมพาต   แต่อาการน้อยกว่า - อัมพาต   หมายถึง   ผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขน-ขา   ไม่สามารถขยับได้ซีกใดซีกหนึ่ง   ลิ้นแข็ง   พูดไม่ชัด   ปากเบี้ยว การแพทย์แผนจีน ศาสตร์การแพทย์แผนจีน   เรียกว่า   “ จ้งเ...

แนวทางและวิธีปฏิบัติในการประคบสมุนไพร

๑. เติมน้ำในหม้อนึ่งลูกประคบสมุนไพรสูง  2  ใน  3  ของหม้อนึ่ง ๒. เวลาเติมน้ำให้ยกชั้นที่ใส่ลูกประคบสมุนไพรลงมาวางก่อน ๓. ใช้ผ้าขนหนูผืนหนาพับ 2 ชั้น ห่อลูกประคบสมุนไพรก่อนนำไปประคบ ๔. ทดสอบความร้อนของลูกประคบสมุนไพรทุกครั้ง โดยทดสอบความร้อนที่ท้องแขนหรือหลังมือ ๕. ควรทดสอบความร้อนกับคนไข้ และทดสอบกับตนเองเป็นระยะร่วมด้วย ๖. ถ้าลูกประคบสมุนไพรกำลังร้อน ให้ทำการประคบอย่างรวดเร็ว ๗. เมื่อลูกประคบสมุนไพรเย็นลง จึงวางลูกประคบได้นานขึ้น ๘. ไม่ใช้ลูกประคบสมุนไพรกดคลึงคนไข้โดยการทิ้งน้ำหนักตัวผู้ให้บริการลงเหมือนกับท่าของการนวด ๙. ห้ามประคบบริเวณที่เป็นผิวหนังอ่อนๆหรือบริเวณที่เป็นแผลมาก่อน ถ้าให้ใช้ผ้ารองหรือรอจนลูกประคบสมุนไพรคลายความร้อนลง ๑๐. ห้ามไม่ให้ผู้ป่วยนอนทับลูกประคบสมุนไพร ๑๑. กรณีมีน้ำไหลออกจากลูกประคบ ให้ใช้ผ้ากดเอาน้ำที่แช่อยู่ในลูกประคบสมุนไพรออกก่อนที่จะนำไปใช้ประคบคนไข้ ๑๒. ห้ามทายาหม่อง , น้ำมัน หรือครีมใดๆ ให้ผู้ป่วยก่อนการประคบสมุนไพร ๑๓. ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยเบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต เด็ก และผู้สูงอายุ เนื่องจากกลุ่ม...