การนวดทั้งสองประเภทนี้คล้ายคลึงกันในด้านหลักการของการบำบัดรักษาโรคและอาการเจ็บป่วย
แต่มีข้อปลีกย่อยซึ่งทำให้ผลการรักษาแตกต่างออกไป
การนวดแบบทั่วไป
ก่อนเริ่มต้นนวด หมอจะต้องพนมมือเพื่อไหว้ครูเสียก่อนในขณะที่ผู้ป่วยนอนอยู่กับพื้น
(ฟูกหรือเสื่อ) หลังจากนั้นหมอนวดจึงเริ่มนวดจากเท้าขึ้นไปที่หัวเข่าไปสู่โคนขา แล้วนวดท้อง
หลัง ไหล่ ต้นคอ และศีรษะ
การนวดแบบราชสำนัก
หมอจะต้องเดินเข่าเข้าหาผู้ป่วยซึ่งนอนอยู่บนพื้น
เมื่ออยู่ห่างจากผู้ป่วยไม่น้อยกว่า ๔ ศอก จนห่างจากผู้ป่วยเรา ๑ ศอก จึงนั่งพับเพียบและคารวะ
ขออภัยผู้ป่วยโดยการไหว้หรือการกราบแล้วแต่กรณี
หลังจากนั้นหมอจะคลำชีพจรที่ข้อมือและหลังเท้าข้างเดียวกัน
(ขวาหรือซ้าย) เพื่อตรวจดูอาการของโรค โดยพิจารณาจากการเต้นของชีพจรทั้ง 2
ที่เรียกว่า “ลมเบื้องสูงและลมเบื้องต่ำ” เสียก่อน ว่าเสมอกันหรือไม่
แล้วจึงเริ่มทำการนวด
ซึ่งอาจคล้ายคลึงกับการนวดแบบทั่วไป แต่จะแตกต่างกันที่ตำแหน่งในการวางมือ
องศาที่แขนของหมอนวดเท่ากับตัวของผู้ป่วย และท่าทางของหมอนวดซึ่งแบบราชสำนักจะเน้นความสุภาพอย่างมาก
ความสามารถในการรักษา นอกจากจะนวดเพื่อแก้อาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ โรคกระดูก โรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต
ยังสามารถรักษาอาการข้อหลุดที่เกิดจากอุบัติเหตุได้ด้วย
สรุปข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างการนวดแบบเชลยศักดิ์กับการนวดแบบราชสำนัก
๑. หมอนวดแบบราชสำนักต้องมีกิริยามารยาทเรียบร้อย
เดินเข่าก็หาผู้ป่วย ขณะทำการนวดต้องไม่ก้มหน้าหายใจรดผู้ป่วยหรือเงยหน้าจนเป็นการไม่เคารพ
ส่วนหมอนวดแบบเชลยศักดิ์มิได้เพ่งเล็งถึงเรื่องนี้ แต่ก็มีลักษณะการนวดเป็นกันเองกับผู้ป่วยมากกว่า
บางครั้งจึงอาจไม่สำรวมหรือระวังตัวมากนัก
๒. หมอนวดแบบราชสำนักจะไม่เริ่มนวดฝ่าเท้านอกจากจำเป็นจริงๆ
มักเริ่มต้นนวดตั้งแต่หลังเท้า ขึ้นไป ส่วนหมอนวดแบบเชลยศักดิ์จะเริ่มนวดที่ฝ่าเท้าก่อนเป็นลำดับแรก
๓. หมอนวดแบบราชสำนักจะใช้เฉพาะมือ นิ้วมือ
นิ้วหัวแม่มือ และปลายนิ้วอื่นๆ ในการนวดเท่านั้น และไม่ใช้การนวดคลึง ในขณะกดนวดแขนจะต้องเหยียดตรงเสมอ
เพื่อน้ำหนักจะได้ลงที่หัวแม่มือ ส่วนหมอนวดแบบเชลยศักดิ์มิได้คำนึงถึงท่าทางของแขนว่าจะตรงหรืองอ
๔. หมอนวดแบบราชสำนักทำการนวดผู้ป่วยซึ่งอยู่ในท่านั่ง
นอนหงาย หรือนอนตะแคง แต่ไม่ให้ผู้ป่วยนอนคว่ำเลย แต่การนวดเชลยศักดิ์มีการให้ผู้ป่วยนอนคว่ำหน้า
หมอนวดแบบราชสำนักไม่ใช้การดัดหรือการงอข้อ หลัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายด้วยกำลังแรง
จะไม่มีการนวดโดยใช้เข่า ข้อศอก ฯลฯ แต่หมอนวดแบบเชลยศักดิ์ไม่เว้นการปฏิบัติดังกล่าว
และอาจมีหมอนวด 2 คน ช่วยกันนวดผู้ป่วยคนเดียวกัน
๖. หมอนวดแบบราชสำนักต้องการนวดให้เกิดผลต่ออวัยวะและเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกๆ
โดยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มการทำงานของเส้นประสาท ในการนี้หมอจะต้องมีความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์
จึงปฏิบัติอย่างดีพอควร สำหรับหมอนวดเชลยศักดิ์หวังผลโดยตรงจากการกดเป็นส่วนใหญ่ และจากการนวดคลึงเป็นครั้งคราว
ซึ่งการไม่ระมัดระวังจุดสำคัญตามความรู้ของกายวิภาคศาสตร์ดีพออาจเกิดอันตรายได้ เช่น
การหลุดของข้อต่อ กระดูก การเขียวช้ำของกล้ามเนื้อ หรือเส้นเลือดฝอยแตกได้

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น