ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ลูกประคบ และการประคบร้อน, การประคบสมุนไพร

การประคบสมุนไพร การประคบสมุนไพรคือการใช้สมุนไพรหลายอย่างมาห่อรวมกัน ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย โดยนำมานึ่งให้ร้อน ประคบบริเวณที่ปวดหรือเคล็ดขัดยอก ซึ่งน้ำมันหอมระเหยเมื่อถูกความร้อนจะระเหยออกมา ความร้อนจากลูกประคบจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และยังมีสารสำคัญจากสมุนไพรบางชนิดที่ซึมเข้าทางผิวหนัง ช่วยรักษาอาการเคล็ด ขัด ยอก และลดปวดได้ดี


อุปกรณ์การทำลูกประคบ
1. ผ้าดิบสำหรับห่อลูกประคบ
2. เชือกหรือหนังยาง
3. ตัวยาที่ใช้ทำลูกประคบ
4. เตา พร้อมหม้อสำหรับนึ่งลูกประคบ
5. จานหรือชามอลูมิเนียมเจาะรู (เพื่อให้ไอน้ำผ่าน) สำหรับรองลูกประคบ


ตัวยาที่นิยมนำมาใช้ทำลูกประคบ
1. ไพล 500 กรัม แก้ปวดเมื่อย ลดการอักเสบ
2. ผิวมะกรูด ถ้าไม่มีใช้ใบแทนได้ 200 กรัม มีน้ำมันหอมระเหย แก้ลมวิงเวียน
3. ตะไคร้บ้าน 100 กรัม แต่งกลิ่น
4. ใบมะขาม 300 กรัม แก้อาการคันตามร่างกาย ช่วยบำรุงผิว
5. ขมิ้นชัน 100 กรัม ช่วยลดอาการอักเสบ แก้โรคผิวหนัง
6. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ช่วยดูดความร้อน และช่วยพาตัวยาซึมผ่านผิวหนังได้สะดวกขึ้น
7. การบูร 2 ช้อนโต๊ะ แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ
8. ใบส้มป่อย 100 กรัม ช่วยบำรุงผิว แก้โรคผิวหนัง ลดความดัน


วิธีการประคบ
1. จัดท่าคนไข้ให้เหมาะสม เช่น นอนหงาย นั่ง นอนตะแคง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่จะทำการประคบสมุนไพร
2. นำลูกประคบที่รับความร้อนได้ที่แล้ว นำมาประคบบริเวณที่ต้องการประคบ การทดสอบความร้อนของลูกประคบคือ แตะที่ท้องแขนหรือหลังมือ
3. ในการวางลูกประคบบนผิวหนังคนไข้โดยตรงในช่วงแรกๆ ต้องทำด้วยความเร็ว ไม่วางแช่นานๆ เพราะคนไข้จะทนความร้อนไม่ได้มาก อาจเกิดพุพองได้
4. เมื่อลูกประคบคลายความร้อนลง ก็สามารถเปลี่ยนลูกประคบอีกโลกหนึ่งแทน แล้วนำลูกเดิมไปนึ่งต่อ ทำซ้ำตามข้อ 2, 3, 4


ข้อบ่งชี้และสรรพคุณทางการรักษา ของการประคบสมุนไพร จากตัวยาสมุนไพรและความร้อน
1. ลดอาการบวม อักเสบ ของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ หลัง 24-48 ชั่วโมง
2. เพื่อลดอาการปวดในกรณีที่ไม่มีภาวะอักเสบแทรก และ/หรือไม่มีอาการปวดบวมร่วมด้วย 
เช่น อาการปวดเมื่อย, ปวดไปตามเนื้อตัวตามตัว, ไม่สบายเนื้อสบายตัว, เคล็ดขัดยอกฟกช้ำแต่ไม่ฟกบวม
3. ลดการติดขัดของข้อต่อ ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยให้เนื้อเยื่อ พังผืด ยืดตัวออก
4. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ช่วยกระจายเส้นเลือดที่ขอดตามขา, รองช้ำทำให้เลือดลมที่อัดอั้นไหลเวียนได้สะดวกขึ้น

ข้อควรระวัง
1. ห้ามใช้ลูกประคบที่ร้อนเกินไป โดยเฉพาะกับบริเวณผิวหนังอ่อนๆ หรือบริเวณที่เคยเป็นแผลมาก่อน ถ้าต้องการใช้ควรมีผ้าขนหนูรองก่อน หรือรอจนกว่าลูกประคบจะคลายความร้อนลงกว่าเดิม
2. ควรระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยเบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต เด็ก และผู้สูงอายุ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวความรู้สึกตอบสนองต่อความร้อนช้า อาจทำให้ผิวหนังไหม้ พอง ได้ง่าย ถ้าต้องการใช้ควรจะใช้ลูกประคบที่อุ่นๆ
3. ไม่ควรใช้ลูกประคบสมุนไพรในกรณีมีแผล มีการอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อน ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพราะอาจทำให้บวมมากขึ้น
4. หลังจากประคบสมุนไพรแล้ว ไม่ควรอาบน้ำทันที เพราะนอกจากจะไปชะล้างตัวยาออกจากผิวหนัง ก็ทำให้อุณหภูมิของร่างกายปรับเปลี่ยนไม่ทัน อาจทำให้เป็นไข้หรือไม่สบายได้

การเก็บรักษาโรคประคบสมุนไพร
1. ลูกประคบสมุนไพรที่ทำในแต่ละครั้ง สามารถเก็บไว้ใช้ซ้ำได้
2. ควรเก็บลูกประคบไว้ในตู้เย็น จะทำให้เก็บได้นานขึ้น ควรเช็คลูกประคบด้วย ถ้าหากมีกลิ่นบูด หรือเหม็นเปรี้ยวก็ไม่ควรนำมาใช้
3. ถ้าลูกประคบแห้ง ก่อนใช้ควรพรมด้วยน้ำหรือเหล้าขาว
4. ถ้าลูกประคบที่ใช้ไม่มีสีเหลืองหรือมีสีเหลืองอ่อนลง แสดงว่ายาที่ใช้จืดแล้ว คุณภาพยาวน้อยลงแล้ว จะใช้ไม่ได้ผล ควรเปลี่ยนลูกประคบไหม


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แนวทางและวิธีปฏิบัติในการอบสมุนไพร

ข้อห้ามในการอบสมุนไพร ๑. ผู้ที่มีโรคประจำตัวดังต่อไปนี้ ไม่ควรอบ คือ   โรคหัวใจ โรคไต   โรคปอด โรคหอบหืดระยะรุนแรง โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง โรคลมชัก โรคลมบ้าหมู   ตกเลือด   ท้องเสียอย่างรุนแรง และกรณีในรายที่มีความดันโลหิตสูง ให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ ๒. ผู้ที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงทุกชนิด ไม่ควรอบ เช่น วัณโรค ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไข้หวัดใหญ่ ไข้กาฬหลังแอ่น หัด ปอดบวม ตาแดง คอตีบ โรคมือ ปาก เท้า เป็นต้น ๓. ขณะมีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส   เพราะอาจมีการติดเชื้อโรคต่างๆ ๔. สตรีขณะมีประจำเดือน ร่วมกับมีอาการไข้ ปวดศีรษะร่วมด้วย (ไข้ทับระดู) ๕. ขณะมีอาการอักเสบจากบาดแผลต่างๆ ๖. ขณะมีอาการอ่อนเพลีย   อดอาหาร   อดนอน   และหลังรับประทานอาหารใหม่ๆ ๗. ขณะมีอาการปวดศีรษะ ชนิดวิงเวียนศีรษะ และคลื่นไส้ ข้อควรระวังในการอบสมุนไพร ๑.ในขณะอบ ถ้ารู้สึกแน่น อึดอัด หายใจไม่สะดวกหรือหายใจไม่ออก หรือรู้สึกวิงเวียน หน้ามืดตาลาย คล้ายจะเป็นลม ควรหยุดทันที ควรออกมานั่งพักนอกตู้อบ อย่าฝืนอบต่อไป ๒. ไม่ควรอบนานเกินไป เพราะร่างกายอาจเ...

เปรียบเทียบโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต (Stroke) การแพทย์แผนปัจจุบัน : การแพทย์แผนไทย : การแพทย์แผนจีน

การแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นอาการทางคลินิกที่เกิดขึ้นทันที   โดยมีอาการผิดปกติของการทำงานของระบบประสาทเฉพาะที่   เช่น   อาการอ่อนแรง   หรือชาที่ใบหน้าและแขนขา   กลืนลำบาก   พูดไม่ชัด   เห็นภาพซ้อน   ไม่น้อยกว่า  24  ชั่วโมง   หรือทำให้เสียชีวิต   โดยมีสาเหตุจากหลอดเลือดสมองเท่านั้น การแพทย์แผนไทย โรคหลอดเลือดสมองการแพทย์แผนไทยเกิดจาก   “ ลมอุทธังคมาวาตา   และ   อโธคมาวาตา ”   พัดระคนกัน   ทำให้มีอาการอัมพฤกษ์   อัมพาต   ดังนี้ - อัมพฤกษ์   หมายถึง   ผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขน-ขา   แต่สามารถขยับได้ระดับหนึ่ง   หรือหยิบจับสิ่งของที่มีน้ำหนักตามปกติไม่ได้   เป็นโรคที่คล้ายคลึงกับอัมพาต   แต่อาการน้อยกว่า - อัมพาต   หมายถึง   ผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขน-ขา   ไม่สามารถขยับได้ซีกใดซีกหนึ่ง   ลิ้นแข็ง   พูดไม่ชัด   ปากเบี้ยว การแพทย์แผนจีน ศาสตร์การแพทย์แผนจีน   เรียกว่า   “ จ้งเ...

แนวทางและวิธีปฏิบัติในการประคบสมุนไพร

๑. เติมน้ำในหม้อนึ่งลูกประคบสมุนไพรสูง  2  ใน  3  ของหม้อนึ่ง ๒. เวลาเติมน้ำให้ยกชั้นที่ใส่ลูกประคบสมุนไพรลงมาวางก่อน ๓. ใช้ผ้าขนหนูผืนหนาพับ 2 ชั้น ห่อลูกประคบสมุนไพรก่อนนำไปประคบ ๔. ทดสอบความร้อนของลูกประคบสมุนไพรทุกครั้ง โดยทดสอบความร้อนที่ท้องแขนหรือหลังมือ ๕. ควรทดสอบความร้อนกับคนไข้ และทดสอบกับตนเองเป็นระยะร่วมด้วย ๖. ถ้าลูกประคบสมุนไพรกำลังร้อน ให้ทำการประคบอย่างรวดเร็ว ๗. เมื่อลูกประคบสมุนไพรเย็นลง จึงวางลูกประคบได้นานขึ้น ๘. ไม่ใช้ลูกประคบสมุนไพรกดคลึงคนไข้โดยการทิ้งน้ำหนักตัวผู้ให้บริการลงเหมือนกับท่าของการนวด ๙. ห้ามประคบบริเวณที่เป็นผิวหนังอ่อนๆหรือบริเวณที่เป็นแผลมาก่อน ถ้าให้ใช้ผ้ารองหรือรอจนลูกประคบสมุนไพรคลายความร้อนลง ๑๐. ห้ามไม่ให้ผู้ป่วยนอนทับลูกประคบสมุนไพร ๑๑. กรณีมีน้ำไหลออกจากลูกประคบ ให้ใช้ผ้ากดเอาน้ำที่แช่อยู่ในลูกประคบสมุนไพรออกก่อนที่จะนำไปใช้ประคบคนไข้ ๑๒. ห้ามทายาหม่อง , น้ำมัน หรือครีมใดๆ ให้ผู้ป่วยก่อนการประคบสมุนไพร ๑๓. ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยเบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต เด็ก และผู้สูงอายุ เนื่องจากกลุ่ม...